วันจันทร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่ 6

22 กุมภาพันธ์ 2562



🍄 ความรู้ที่ได้รับ 🍄 

          วันนี้อาจารย์ ให้นักศึกษาออกมานำเสนองานที่ได้รับมอบหลายของแต่ละกลุ่ม การทำป้ายชื่อ และได้ทำกิจกรรมปั้นดินน้ำมัน 





🍄 นำเสนองาน  🍄




          จากอาทิตย์ก่อนหน้านั้นอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มและช่วยกันทำแผนผังความคิด เกี่ยวกับการจัดประสบการณ์ทางคณิตศาตร์ของเด็กปฐมวัน โดยอาจารย์ได้กำหนดหัวข้อไว้ 3 หัวข้อ คือ กิจกรรม สื่อ และ เทคนิค จากการที่ได้ชมการนำเสนอผลงานของทุกลุ่มแล้ว พอสรุปได้ว่า  

     🍉 กิจกรรม คือ กิจกรรมที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ 
     1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างอิสระตาม
     2. กิจกรรมสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปศึกษาต่าง ๆ
     3. กิจกรรมเสรี เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้เล่นกับสื่อและเครื่องเล่นอย่างอิสระในมุมการเล่นกิจกรรมการเล่นแต่ละประเภทสนองตอบความต้องการตามธรรมชาติของเด็ก
     4. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้ฟัง พูด สังเกต คิด และปฏิบัติการทดลอง ให้เกิดความคิดรวบยอดและเพิ่มพูนทักษะต่าง ๆ ด้วยวิธีการหลากหลาย
     5. กิจกรรมกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมที่จัดให้เด็กได้ออกนอกห้องเรียนไปสู่สนามเด็กเล่นทั้งที่บริเวณกลางแจ้งและในร่มเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกอย่างอิสระ
     6. กิจกรรมเกมการศึกษา เป็นกิจกรรมการเล่นที่มีกระบวนการในการเล่นตามชนิดของเกมประเภทต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน

    🍉 เทคนิค คือ สิ่งที่ทำให้กิจกรรมเกิดขึ้นได้อย่างง่าย เป็นกระบวนการในกิจกรรมที่จะมีการนำเอา เกมการศึกษา นิทาน มาช่วยในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กมีความสนใจ และสนุกมากขึ้น 

    🍉 สื่อ คือ อุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในเทคนิค เช่น นิทาน เพลง การ์ตูน ของเล่น 









🍄กิจกรรม ปั้นดินน้ำมัน 🍄
     
            กิจกรรมนี้ อาจารย์ได้แจกดินน้ำมันให้คนละ 1 ก้อน แล้วให้ปั้นเป็นรูปทรงเลขาคณิตมา 1 อย่าง โดยปั้นเป็นแบบ 2 มิติ จากนั้น อาจารย์ให้นำไม่จิ้มฟัน มาให้เราคิดต่อไปอีกอีกว่า จากสิ่งรูปที่เราปั้นมานั้น จะทำอย่างไร ให้เด็กมองภาพออกได้ชัดเจนมากขึ้นว่าสิ่งที่เราปั้นมาในตอนแรกนั้นเป็นรูปทรงเลขาคณิตชนิดใด 



 



🍄กิจกรรม ทำป้ายชื่อ🍄

          กิจกรรมนี้ก็เปรียบเสมือนว่าเราเป็นคุณครูและทำป้ายชื่อให้กับเด็ก โดยการมีป้ายชื่อนั้น สามารถสอนคณิตศาตร์เด็กได้มากมาย ซึ่งจะเป็นในรูปแบบของการ สำรวจการมาเรียนของนักเรียน 
ตัวอย่างเช่น 

          การทำป้ายชื่อให้เด็กนักเรียนทุกคน และภานในห้องเรียน จะมีที่ติดป้ายชื่อ เมื่อเด็กมาถึงห้องเรียนแล้วก็ในนำป้ายชื่อของตนเองมีติดไว้ โดยเด็กผู้ชายจะเป็นที่ติดสีฟ้า นักเรียนหญิงเป็นสีชมพู ส่วนการสอนคณิตศาสตร์จากป้ายชื่อนั้น ก็จะเป็นการให้เด็กๆได้เปรียบเทียบจำนวนว่าเด็กผู้หญิงหรือผู้ชายมาเยอะกว่ากัน เด็กๆม่เรียนกันกี่คน ขาดกี่คน ก็จะเป็นในเรื่องของดาร บวก ลบ เลข และการนับจำนวน 




🍄คำศัพท์ 🍄

1. Activities         กิจกกรม 
2. Media              สื่อ
3. Technique        เทคนิค 
4. Present            นำเสนอ
5. Name tag        ป้ายชื่อ
6. Sex                  เพศ
7. Compare         เปรียบเทียบ
8. Tale                 นิทาน
9. Survey            สำรวจ
10. Investigate    ตรวจสอบ 



🍄การประเมิน🍄 

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆทุกคนมีความตั้งใจในการทำกิจกรรม และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเองได้รับมอบหมายได้อย่างดี 

ประเมินตนเอง : ได้รับเทคนิคในใหม่ๆ ที่ง่าย ที่หลายคนมองข้ามไปว่า การทำป้ายชื่อก็เช็คจำนวนนักเรียนก็สามารถนำมาเป็นการจัดกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ได้

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์มีความพยายามในการสื่อสารให้นักศึกษาทุกคนเข้าใจ สอนไปอย่างช้าๆ 





บันทึกการเรียนครั้งที่ 5

15 กุมภาพันธ์ 2562


🌽 ความรู้ที่ได้รับ 🌽

            วันนี้อาจารย์ให้พวกเราไปชมการจัดนิทรรศการของพี่ๆชั้นปีที่ 5 ที่พี่ๆได้ออกไปฝึกสอนแล้ว ในนิทรรศการนั้น มีทั้ง สื่อการสอนต่างๆ การทำวิจัยในชั้นเรียน การเขียนแผนการสอน การจัดการเรียนกันสอนในรูปแบบต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละโรงเรียน ก็มีการจัดการเรียนการสอนที่แตกต่างกันออกไป 




🌽 การสอนแบบไฮสโคป 🌽

          การสอนแบบไฮสโคป  เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ. จะเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ 
(Active Learning) เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด  ความรู้  ความเข้าใจ และรู้จักลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง

        🌼 แนวการสอนแบบไฮสโคป ใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ

     1.การวางแผน (Plan) เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติ หรือการดำเนินงานตามงานที่ได้รับมอบหมายหรือสิ่งที่สนใจด้วยการสนทนาร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมนี้เด็กอาจแสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็กหรือบอกให้ครูบันทึก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือกและตัดสินใจ

     2.การปฏิบัติ (Do) คือ การลงมือทำกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจ และทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกับเพื่อนอย่างอิสระตามเวลาที่กำหนดโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในจังหวะที่เหมาะสม เป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพันธ์ทางสังคมสูง

     3.การทบทวน (Review) เด็ก ๆ จะเล่าถึงผลงานที่ตนเองได้ลงมือทำเพื่อทบทวนว่าตนเองนั้นได้ปฏิบัติงานตามแผนที่ได้วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทบทวนจุดประสงค์ที่แท้จริงคือ ต้องการให้เด็กได้เชื่อมโยงแผนการปฏิบัติงานกับผลงานที่ทำ รวมถึงการเล่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้ลงมือทำด้วยตนเอง

          🌼 ประโยชน์ของแนวการสอนไฮสโคป

     สอนให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น ซึ่งเริ่มต้นจากความไว้วางใจโยครูต้องเป็นผู้สร้าง
ความไว้วางใจให้แก่เด็กเพื่อให้เด็กได้ลงมือทำกิจกรรมหรือชิ้นงานตามความสนใจของตนเองและมีความสนุกในการเรียนรู้ที่จะทำงาน
    จากการดูการสอนของไฮสโคปเป็นสิ่งที่ดีต่อเด็กปฐมวัยเป็นอย่างมาก เป็นการจัดการสอนที่ดีเด็กได้ลงมือกระทำซึ่งหนูได้หาข้อมูลเพิ่มเติมจากที่ไปชมนิทรรศการ ทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น




🌽โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามหลักค่านิยม  12 ประการ🌽


         🌼 ค่านิยม 12 ประการ
1. ความรักชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์
2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน  มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม
3. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
4. ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม
5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม
6. มีศีลธรรม  รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน
7. เข้าใจเรียนรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง
8. มีระเบียบวินัย  เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่
9. มีสติรู้ตัว รู้คิด รู้ทำ  รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
10. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
11. มีความเข้มแข็งทั้งร่ายกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลสมีความละอายเกรง 
กลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา
12. คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง


          ค่านิยมของคนไทย 12ประการ ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย อย่างเช่น บันไดคุณธรรม ลูกเต๋ามหัศจรรย์ ศิลปะสร้างสรรค์เด็กมีคุณธรรม ดนตรีบรรเลงบทเพลงค่านิยม วงล้อมหาสนุก รถไฟพาเพลิน










🌽การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามรูปแบบโครงงาน🌽
🌽 Project Approach🌽


         การเรียนรู้แบบโครงงานเป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ หรือการค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่ผู้เรียนอยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้เลือกศึกษาตามความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม เป็นการตัดสินใจร่วมกัน จนได้ชิ้นงานที่สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ได้ในชีวิตจริง
การเรียนรู้แบบโครงงาน เป็นการเรียนรู้ที่ใช้เทคนิคหลากหลายรูปแบบนำมาผสมผสานกันมุ่งหวังให้ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งจากความสนใจอยากรู้อยากเรียนของผู้เรียนเอง โดยใช้กระบวนการและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ผู้เรียนจะเป็นผู้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เป็นการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงกับแหล่งความรู้เบื้องต้น ผู้เรียนสามารถสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง ซึ่งความรู้ที่ผู้เรียนได้มาไม่จำเป็นต้องตรงกับตำรา แต่ผู้สอนจะสนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งการเรียนรู้และปรับปรุงความรู้ที่ได้ให้สมบูรณ์
          และยังเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญในทุกขั้นตอนของการเรียนรู้ 
ตั้งแต่การวางแผนการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ประยุกต์ใช้ผลผลิต และการประเมินผลงาน โดยผู้สอนมีบทบาทเป็นผู้จัดการเรียนรู้


          🌼 ลักษณะสำคัญของกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 
สำหรับเด็กปฐมวัย
1. ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามเชิงวิทยาศาสตร์อย่างง่ายๆ
2. ผู้เรียนทำการสำรวจตรวจสอบเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกต สำรวจ สืบค้น หรือทดลอง และบันทึกผลการสำรวจตรวจสอบด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัย
3. ผู้เรียนตอบคำถามที่ตั้งขึ้นโดยใช้ผลจากการสำรวจตรวจสอบมาสร้างคำอธิบายที่มีเหตุผล
4. การนำเสนอผลการสำรวจตรวจสอบให้กับผู้อื่นด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัยและความสามารถ

          🌼 ประโยชน์ของการทำโครงงาน
1. ฝึกให้นักเรียนมีความรู้ ความชำนาญ และมีความมั่นใจ ในการนำเอาวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการแก้ปัญหา หรือค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ ด้วยตนเอง
2. รู้จักตอบปัญหาโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีเหตุมีผล
3. เป็นการฝึกฝนให้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองในเรื่องที่ตนสนใจได้อย่างลึกซึ้ง
4. ทำให้ได้แสดงความสามารถพิเศษของตนเอง
5. ทำให้นักเรียนสนใจในรายวิชานั้นๆ มากยิ่งขึ้น
6. เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์







🌽โครงการฟาร์มของพ่อหลวง🌽

        เป็นการจัดประสบการณ์จำลองทำให้เสมือนจริงอย่างเช่น กองฟาง ต้นข้าว ดวงอาทิตย์ พืชต่างๆเหล่านี้ทำมาจากสิ่งของที่เหลือใช้นำมาดัดแปลงเป็นสื่อการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ เพื่อให้เด็กได้สนุกไปกับการจินตนาการถึงสิ่งต่างๆจากสิ่งที่พวกเขาได้เห็น 





🌽 คำศัพท์ 🌽

1. Exhibition                   นิทรรศการ
2. Project Approach        การสอนแบบโครงงาน
3. Review                        การทบทวน
4. Classroom research     การวิจัยในชั้นเรียน
5. Plan                             การวางแผน
6. Practice                       การปฎิบัต
7. Values                         ค่านิยม
8. Honest                        ซื่อสัตย์
9. Grateful                      กตัญญู
10. Discipline                 มีวินัย 

🌽 การประเมิน 🌽

ประเมินตนเอง : วันนี้ได้เข้าชมนิทรรศการของพี่ๆชั้นปีที่ 5 ทำให้ตนเองมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กมากขึ้น ในเรื่องการจัดประสบการณ์ การจัดกิจกรรมที่หลากหลาย

ประเมินเพื่อน : เพื่อนตั้งใจฟังที่รุ่นพี่อธิบาย และ มีความสนใจกับสื่อต่างๆที่ได้ชม 

ประเมินอาจารย์ :  อาจารย์เปิดโอกาศให้นักศึกษาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆในรูปแบบของพี่สอนน้อง ทำให้เถข้าใจอะไรได้มากขึ้น และได้แนวทางในการเรียนมากขึ้น 





วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่ 4

8 กุมภาพันธ์  2562

🍎 ความรู้ที่ได้รับ 🍎

วันนี้อาจารย์ให้ทั้ง 2 เซคเรียน มาเรียนรวมกัน เพื่อที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกัน โดยกิจกรรมมีดังนี้ 






       🍒  กิจกรรม " แนะนำตัวเอง " 🍒

   

     อาจารย์แจกกระดาษให้คนละ 1 แผ่น แล้วให้เราเขียนแนะนำตัวเอง โดยมีหัวข้อกำหนด คือ ครอบครัว ตัวฉัน ความสามารถพิเศษ และ ประโยชน์ของตอนเอง อาจารย์ให้เราเขียนโดยไม้ได้กำหนดว่าให้เขียนออกมาในรูปแบบใดณุปแบบหนึ่ง แต่ให้เราออกแบบเองว่าจะเขียนออกมาเป็นแบบใด เพื่อให้เรา นำเสนอสิ่งที่เป็นตัวเราเอง ออกมาโดยไม่มีข้อกำหนด  

          


          🍒  กิจกรรม " การจัดประสบการณ์ทางคณิตศาสตร์ " 🍒

     

     อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน และให้กระดาษปรู๊ฟมากลุ่มละ 1 แผ่นใหญ่ เพื่อให้เราเขียนเกี่ยวกับ วิธีการจัดประสบการทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย โดยกำหนดสิ่งที่ต้องมี 3 สิ่ง คือ  กิจกรรมทางคณิตศาสตร์  สื่อทางคณิตศาสตร์ และ เทคนิคการสอนคณิตศาสตร์  เมื่อกำหนดหัวข้อมาแล้ว ก็จะได้ดังนี้ 




🍇 กิจกรรม 🍇

หลักสูตรคณิตศาสตร์ในระดับปฐมวัย ไว้ดังนี้

     👉 1. การนับ เป็นคณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรกที่เด็กรู้จัก เป็นการนับอย่างมีความหมาย เช่น การนับตามลำดับตั้งแต่ 1ถึง 10 หรือมากกว่านั้น

     👉 2. ตัวเลข เป็นการให้เด็กรู้จักตัวเลขที่เห็นหรือใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กเล่นของเล่นเกี่ยว กับตัวเลขให้เด็กได้นับและคิดเอง โดยผู้เลี้ยงดูเด็กเป็นผู้วางแผนจัดกิจกรรม

     👉 3. การจับคู่ เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกต ลักษณะต่างๆ และจับคู่สิ่งที่เข้าคู่กัน เหมือนกันหรือ อยู่ประเภทเดียวกัน

     👉 4. การจัดประเภท เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณสมบัติของ สิ่งต่างๆ ว่ามีความแตกต่าง หรือเหมือนกัน ในบาง เรื่อง และสามารถจัดเป็นประเภทต่าง ๆ ได้

     👉 5. การเปรียบเทียบ เด็กจะต้องมีการสืบเสาะและอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งหรือมากกว่า รู้จักใช้คำศัพท์ เช่น ยาวกว่า สั้นกว่า หนักกว่า เบากว่า ฯลฯ

     👉 6. การจัดลำดับ เป็นเพียงการจัดสิ่งของชุดหนึ่ง ๆ ตามคำสั่งหรือตามกฎ เช่น จัดบล็อก 5 แท่งที่มีความยาวไม่เท่ากันให้เรียงตามลำดับจากสูงไปต่ำ หรือจากสั่นไปยาง เป็นต้น

     👉 7. รูปทรงและเนื้อที่ นอกจากให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงและเนื้อที่จากการเล่นตาม ปกติแล้ว ผู้เลี้ยงดูเด็กยังต้องจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้ เกี่ยวกับ วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า ความ ลึกตื้น กว้างและแคบ

     👉 8. การวัด มักให้เด็กลงมือวัดด้วยตนเอง ให้รู้จักความยาวและ ระยะ รู้จักการชั่งน้ำหนัก และรู้จักการประมาณอย่างคร่าวๆ ก่อน ที่เด็กจะรู้จักการวัด ควรให้เด็กได้ฝึกฝนการเปรียบเทียบและ การจัดลำดับมาก่อน



🍇 สื่อ 🍇



นิทานเรื่อง ลูกหมูเก็บฟืน

          กาลครั้งหนึ่งมีบ้านอยู่สามหลัง หลังที่หนึ่งมีรูปร่างเป็นวงกลม หลังที่สองมีรูปร่างเป็นสามเหลี่ยม และหลังที่สามมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม ในบ้านแต่ละหลังมีลูกหมูอาศัยอยู่ หลังละ 2 ตัว หมูแต่ละตัวจะออกไปทำงานทุกเช้า หมูที่อยู่บ้านหลังที่เป็นวงกลมต้องเดินทางไปที่ทำงานซึ่งไกลมาก หมูที่อยู่บ้านสามเหลี่ยมกับสี่เหลี่ยมเดินทางไม่ไกลจากที่ทำงานหมูที่อยู่ บ้านหลังวงกลมเดินทางไปเก็บฟืนในป่า ซึ่งในป่ามีฟืนเยอะแยะเลย เจ้าหมู 2 ตัวนี้ก็เลยเรียกเพื่อนที่อยู่บ้านหลังสี่เหลี่ยมกับสามเหลี่ยมเพื่อมาช่วยเก็บฟืนในป่า หมูทั้ง 6 ตัวช่วยกันนับฟืนที่เก็บได้มีทั้งหมด 10 ท่อน  แล้วหมูก็นำฟืนสามท่อนไปจุดไฟเพื่อทำกับข้าว หมูก็เลยเหลือฟืนทั้งหมด 7 ท่อน  และหมูก็นำฟืน 7 ท่อนที่เหลือเก็บไว้ใช้ในวันต่อไป

          นิทานเรื่องนี้ จะสอนเกี่ยวกับ การนับจำนวน การบวกเลข และสอนในเรื่องของรูปทรงต่างๆให้เด็กๆ 



🍇 เทคนิคการสอน 🍇

     👉 Step 1 สำหรับเด็กอนุบาลที่เพิ่งเริ่มรู้จักคณิตศาสตร์ เกมง่ายๆ เช่น เกมจับคู่เหมือน การต่อบล็อกทรงเรขาคณิตเป็นรูปต่างๆ ให้ได้ความสมดุล การโยงเส้นจับคู่จุดเด่นระหว่างแม่สัตว์กับลูกสัตว์ เพื่อให้เห็นภาพรวมของจำนวน หรือความสมเหตุสมผลอย่างแท้จริงก่อน

     👉 Step 2 การตั้งโจทย์ เช่น 3 + 5 บนกระดาษสมุด อาจยากไปสำหรับเจ้าหนู แต่ถ้าสร้างให้เห็นรูปธรรม เพื่อให้เด็กมองภาพจำนวนที่เกิดขึ้นจริง เช่น แอปเปิ้ล 5 ผล บวกกับส้ม 4 ผล จะทำให้เด็กเข้าใจการบวกหรือการรวมกันมากขึ้น

     👉 Step 3 การแทนค่าเป็นกลุ่มทำให้เด็กเข้าใจและนับเลขได้ง่ายขึ้น เช่น 10 20 30 40....หรือ 5 10 15 20






🍎 คำศัพท์ 🍎

1. Newsprint             กระดาษหนังสือพิมพ์
2. Size of paper         ขนาดของกระดาษ
3. Step                       ขั้นตอน
4. Technique             เทคนิค 
5. Question               โจทย์ปัญหา 
6. Teaching               การสอน
7. Match                   การจับคู่
8. Arrangement        การจัดลำดับ
9. Measurement       การวัด
10. Classification     การจัดหมวดหมู่ 



🍎 การประเมิน 🍎

ประเมินเพื่อน : วันนี้เป็นการเรียนรวมกันของทั้ง 2 เซคเรียน ทำให้ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนความคิดกับเพื่อนมากขึ้น ทำให้ได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น

ประเมินตนเอง : วันนี้ได้ร่วมกันทำงานเป็นกลุ่ม ได้แบ่งหน้าที่กัน และช่วยแสดงความคิดเห็นและรับฟังความคิดเห็นของเพื่อนๆ เป็นสิ่งที่ดีในการทำงานร่วมกัน

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์อธิบายถึงเนื้อหากิจกรรมที่จะทำได้เข้าใจ และ เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ 


วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนครั้งที่ 3

25 มกราคม 2562


🌼 ความรู้ที่ได้รับ 🌼


  👽 กิจกรรมการทำสื่อ 👽

📏 อุปกรณ์การทำสื่อ 
1. กระดาษเทาขาวแผ่นใหญ่
2. กรรไกร มีดคัตเตอร์
3. ดินสอ ปากกาเคมีสีต่างๆ
4. ไม้บรรทัด

📏 วิธีการทำ 

👉 ขันตอนที่ 1 : นำกระดาษเทาขาวมาตั้งแบ่งเป็น 4 ส่วนให้เท่าๆกัน เพื่อที่จะแบ่งกับเพื่อนๆ ให้ได้ 4 คน คนละ 1 ชิ้น






👉 ขั้นตอนที่ 2 : นำกระดาษที่ได้มาวัดเป็นช่องสี่เหลี่ยมจตุรัส มีความยาวด้านละ 2 นิ้ว โดนมี 2 แถว แถวละ 10 ช่อง คือจะได้ช่องสี่เหลี่ยมจตุรัส ทั้งหมด 20 ช่อง และทำเหมือนกันอีก 1 ชุด 



👉 ขั้นตอนที่ 3 : นำกระดาษที่เหลือมาทำส่วนต่อไป ซึโดยนำกระดาษที่ขีดเป็นช่องเสร็จแล้วนำมาวางแนบเป็น 3 ช่อง 2 แถว แล้วขีดเส้นนำไปตัดออกจำนวน 2 แผ่น และวัด 2 นิ้ว 2 ช่อง ขีดลงมาตามความยาว สามารถใช้สีเมจิกขีดเพื่อให้เห็นเส้นความชัดเจนของช่อง และเขียน หน่วย และ สิบ ในช่องข้างบน 


👉 ขั้นตอนที่ 4 : นำกระดาษทั้ง 2 แผ่นมาต่อกัน โดยนำกระดาษกาวย่นติดข้างหลังกระดาษแผ่นที่ตัดคือ แผ่นยาวกับแผ่นเล็กให้เชื่อมติดกัน ทำแบบนี้ทั้ง 2 ชุด แล้วนำเทปใสมาติดข้างหน้าระหว่างรอยเชื่อมเหมือนเดิมสามารถพับได้ 

👉 ขั้นตอนที่ 5 : ใช้กระดาษที่เหลือ มาแบ่งครึ่ง จะได้ 2 แถว จากนั้นวัดความยาวให้ได้ช่องละ 2 นิ้ว ก็ได้ได้ แถวละ 10 ช่อง เขียนตัวเลข 0-9 ลงไป ช่องละ 1 ตัวเลข แล้วตัดออก 



💟 สื่อที่ได้ 💟





👽 กิจกรรมที่ 2 👽

     อาจารย์ให้แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มนึงจะมี 13 คน และอีกลุ่มจะมี 14 คน เมื่อแบ่งกลุ่มแล้ว ก็ให้นั่งเป็นวงกลม ภายในวงกลมจะมีดินน้ำมันหลากหลายสี 




จากนั้้น อาจารย์ ให้สมาชิกในกลุ่ม ปั้นดินน้ำมันเป็นรูปผลไม้อะไรก็ได้ มาคนละชนิด เมื่อปั้นเสร็จแล้วให้นำผลไม้ของตนเองมาวางไว้บนสื่อที่เราทำกันไว้ 



     จากนั้น อาจารย์ ให้แบ่งผลไม้ออกเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้เกณฑ์อะไรก็ได้ในการแบ่ง กลุ่มของดิฉันใช้ ผลไม่ที่เป็นทรงกลมเป็นเกณฑ์ และ อีกรอบ เราใช้เกณฑ์ ผลไม้ที่มีสีแดงในการแบ่งกลุ่ม 


     จากนั้นอาจารย์ให้นับจำนวน และ เปรียบเทียบกันว่ากลุ่มไหนมีผลไม้มากกว่า โดยวิธีการหยิบออก แบบ 1 ต่อ 1 ถ้ากลุ่มไหนหมดก่อน คือ กลุ่มนั้นมีน้อยกว่า กลุ่มไหนยังเหลือ คือกลุ่มนั้นมีมากกว่า  เพื่อให้เด็กเห็นเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น 




👽 คำศัพท์ 👽

1. Fruit                        ผลไม้
2. Mangosteen            มังคุด
3. Manila tamarind     มะขามเทศ
4. Grapefruit               ส้มโอ
5. Number                   จำนวน
6. Plus                         การบวก
7. Minus                      การลบ
8. Shape                      รูปทรง 
9. Sphere                     ทรงกลม
10. Count                    จำนวนนับ




👽 การประเมิน 👽

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์ได้อธิบายการทำสื่ออย่างละเอียดทำให้เข้าใจและได้สอน  ปฎิบัติจริงในเรื่องวิธีการสอนคณิตศาสตร์ให้เด็กปฐมวัยทำให้เรียนรู้ได้ดี

ประเมินเพื่อน : เพื่อนๆแต่ละคน ตั้งใจทำสื่อส่วนบางคนทำเสร็จก่อนเพื่อนๆคนอื่นๆ ได้ช่วยกันสอน

ประเมินตนเอง : วันนี้ได้ทำสื่อเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ทำให้รู้ว่าการทำสื่อไม่ยากอย่างที่คิดได้ฝึกทำและทำกิจกรรมปั้นดินน้ำมันได้ฝึกคิด และได้วิธีการสอนให้เด็กๆ เข้าใจได้ง่าย